13 แกนนำม็อบยื่นตำรวจเลื่อนเวลาไต่สวนคดีรวมกันสถานทูตเยอรมัน


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 ม.ค. ที่สถานีตำรวจทุ่งว่านมหาเมฆ แกน นำ 13 คน มี 1.นางสาวภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ หรือมายด์, 2.นายกเกลื่อนกลาดช แสงสว่างเย็นพันธ์ หรือปอ, 3.นายชนินทร์ วงษ์ศรี, 4.นางสาวเบญจา อะปัญ, 5.นายวัแก่มือ ไชยแก้ว, 6.นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา, 7.นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรืออาจารย์ใหญ่, 8.นายอัครพล ตีบไธสง, 9.นายกฤษพล ศรีคำเลื่องลือกุล, 10.นางสาวสุธินี นายสิบงพิพรรธน์นวธุระ, 11.นางสาวพระอาทิตย์สรา เอกสกุล, 12.นางสาวณัชชิมา อารยะเครือญาติลิขิต 13.นายชลธิศ โชติความเจริญรุ่งเรือง ไปพบพนักงานที่มีหน้าที่สำหรับสอบสวน เพื่อฟังการนัดหมายสำหรับในการรายงานตัวต่ออัยการ ในข้อผิดพลาดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมทั้งมาตรา 116 กรณีกิจกรรมประชุมที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำเมืองไทย ถนนหนทางสาทรใต้ ตำบลทุ่งว่านมหาเมฆ เขตสาทร จ.กรุงเทพฯ ช่วงวันที่ 26 เดือนตุลาคม 2563

โดยคดีนี้ เป็นการประชุมของกรุ๊ป พลเมืองซึ่งเริ่มแห่ขบวนจากแยกสามย่านไปยังสถานทูตเยอรมนี ถนนหนทางสาทร ซึ่งตำรวจเก็บหลักฐาน พร้อมออกหมายเรียกแกนนำ และก็แนวร่วมนิสิต เข้ารับแจ้งข้อกล่าวหาหลายข้อผิดพลาดร่วมกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา นางสาวภัสราวลีรวมทั้งพวก ได้เข้าทราบข้อกล่าวหามาตรา 112 ในวันที่ 8 ต.ค. 2563 ทั้งปวงให้การไม่ยอมรับ แล้วก็ในพฤศจิกายนโดนหมายในความผิดพลาดฐานยุยงปลุกปั่น ตามมายี่ห้อ 116 จากการรวมกันในคราวเดียวกัน

นางสาวภัสราวลี พูดว่า วันนี้มารายงานตัวตามนัดหมายอัยการ ซึ่งอยู่ระหว่างรอคอยว่าจะมีการสั่งฟ้องหรือเปล่า ดังนี้คดีของแต่ละคนในช่วงเวลานี้มีจำนวนมาก ส่วนตัวเองมี 9 คดี โดยตอนนี้มีนัดรายงานตัวต่ออัยการถี่มาก หลายๆคดี มาอยู่ในขณะใกล้เคียงติดๆกัน นอกเหนือจากนั้นเริ่มมีเรื่องราวที่เมืองออกหมายย้อนไป ยกตัวอย่างเช่น คดีปัจจุบันที่โดนไปเป็นหมายจากวันที่ 14 ต.ค. ในข้อกล่าวหาพระราชบัญญัติการประชุม เป็นการออกย้อนไปถึง 2 เดือน ก็เลยมองเห็นถึงความเพียรพยายามของเมืองสำหรับการยัดข้อกล่าวหาให้สามัญชน เหมือนกับสหายอีกหลายท่านที่โดนหมายย้อนไป รวมทั้งเห็นด้วยว่าเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อวัววิด 19 ทำให้ไม่สบายต่อการนัดเจอรวมกัน รับรองในอนาคตจะมีการรวมกันเรียกร้องต่อแน่ๆ แต่ว่าจะเป็นในแนวทางใดจะต้องติดตาม
 
ผู้รายงานข่าวรายงานบรรยากาศที่หน้า สถานีตำรวจทุ่งว่านมหาเมฆ ว่า มีการจัดกำลังตำรวจหลายสิบนายเพื่อดูแลความเรียบร้อยรอบๆข้างหน้าสถานีตำรวจ พร้อมจัดคนที่เข้ามารายงานตัวให้เข้าไปภายใน ชุดละ 3-4 คน ในช่วงเวลาที่ข้าราชการนอกชุดแต่งกายรอบันทึกภาพของคนที่มาให้กำลังใจแล้วก็แกนนำด้วย

ดังนี้มีกรุ๊ปมวลชนปริมาณหนึ่งได้มาให้กำลังใจช่วงเวลาที่ด้านคนที่ถูกฟ้อง ได้มอบตะกร้าเพื่อขอบคุณมากทนายที่ให้ความให้การช่วยเหลือเรื่องคดี
นักข่าวรายงานอีกด้วยว่า ในวันนี้เป็นการนัดหมายคนที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเข้ามาฟังวันนัดพบที่จะจำต้องไปรายงานตัวต่ออัยการว่าจะมีการนัดส่งฟ้องเมื่อใดถัดไป

Leave a Reply

Your email address will not be published.