ประชากรไม่ใช่ภาระหน้าที่ของประเทศ แม้กระนั้นเป็นประเทศ ! “ธนาธร” จัดหนักแนะแนวทางจัดการ “วัววิด…


ประชากรไม่ใช่ภาระหน้าที่ของประเทศ แม้กระนั้นเป็นประเทศ ! “ธนาธร” จัดหนักแนะแนวทางจัดการ “วัววิด” จี๋เมืองจำเป็นต้องรีบแก้ไขอย่างทั่วถึงชอบธรรม – ชี้ระยะสั้นใช้ 4 แสน ลิตร ทดแทนถ้วนหน้า 3 พันบาทต่อเดือนตรงเวลา 3 เดือน
ชี้มาตรการภาครัฐจำเป็นต้องได้สัดส่วน-เป็นกลางและก็เท่าเทียม อัดก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเมืองเลือกปฏิบัติกระทั่งสร้างวิกฤติมากมาย
ช่วงวันที่ 4 ม.ค. 2563 นายธนาธร ก็เลยก้าวหน้าธุระ ประธานภาควิชาเจริญ จัดรายการเฟซบุ๊กไลฟ์พิเศษ ในประเด็น “เมืองไทย 2021: ข้อเสนอแนะจัดแจงวัววิดและก็วิกฤติเศรษฐกิจ” เพื่อนำเสนอโอกาสสำหรับเพื่อการจัดแจงกับวิกฤติโรคระบาดเชื้อไวรัสวัววิด-19 แล้วก็ผลพวงทางด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นมาจากมาตรการต่างๆของเมือง โดยกล่าวว่า เหตุการณ์ในตอนนี้มีความน่าวิตกกังวลอย่างใหญ่โต ถึงวันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อโรคใหม่รายวันเยอะที่สุดเป็นประวัติการณ์ ปัจจุบันสูงถึง 745 คน โอกาสนี้ ตนขอให้แรงใจครอบครัวคนตายจากเชื้อไวรัสวัววิด
และก็ขอให้แรงใจผู้เจ็บป่วย เครือญาติคนเจ็บ พนักงานด้านการแพทย์ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่เพื่อราษฎรชาวไทยทั่วทั้งประเทศต่อสู้กับเชื้อไวรัสอยู่บัดนี้ วิกฤติดังกล่าวมาแล้วข้างต้นทำให้ตนจะต้องมากล่าวถึงข้อเสนอแนะสำหรับเพื่อการจัดแจง ซึ่งจะเป็นเหตุที่สำคัญที่สุดว่าเมืองไทยจะเดินหน้าไปทางไหนและก็จะดำรงชีวิตยังไงในปี 2564 นี้ ซึ่งในทางแนวทางแล้ว การออกมาตรการต่างๆของภาครัฐควรต้องยึดหลักการที่สำคัญสองวิธีการ โน่นเป็น 1.ความได้สัดส่วน และก็ 2. การตั้งอยู่บนความเที่ยงธรรมรวมทั้งความเท่ากัน
“ความได้สัดส่วน แสดงว่ามาตรการที่ออกมาควรต้องเหมาะสมกับเหตุการณ์ ไม่ร้ายแรงจนถึงเกินเหตุ ไหมอ่อนจนกระทั่งเกินเหตุ ตัวอย่างเช่น ถ้าหากพวกเราขอให้พสกนิกรหยุดงานเพื่อเลี่ยงการพบปะผู้คนแล้วก็ให้ค่าเสียหายเพียงแค่วันละ 100 บาท สิ่งนี้มิได้รูปทรง เนื่องจากการเสียเวล่ำเวลาและก็ช่องทางด้านเศรษฐกิจต่อวันทีค่าสูงขึ้นมากยิ่งกว่านั้น
ส่วนเรื่องของความเท่าเทียมกันทัดเทียม ซึ่งก็คือการไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ให้ท่านไหมให้โทษกับกรุ๊ปใดกรุ๊ปหนึ่งเป็นการเฉพาะ ยกตัวอย่าง หากรอบๆเดียวกันมีสถานที่สองที่ อันดับที่หนึ่งถูกสั่งปิด แม้กระนั้นอีกที่หนึ่งมีลักษณะการใช้พื้นที่เหมือนกันแต่ว่าผิดสั่งปิด นี่เป็นความไม่เท่าเทียมกันและไม่ชอบธรรม” นายธนาธร กล่าว
นายธนาธร กล่าวอีกว่า การจะต่อสู้วิกฤติวัววิดรวมทั้งวิกฤติเศรษฐกิจไปได้ร่วมกัน จำเป็นที่จะต้องรักษาความเกี่ยวพันแล้วก็ความเชื่อมั่นและมั่นใจระหว่างรัฐบาลกับสามัญชนให้อดทน ซึ่งจะมีผลให้สังคมไทยก้าวผ่านหัวข้อนี้ไปได้ด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว จะยึดหลักประเด็นนี้อย่างเคร่งครัดรัฐบาลจะต้องทำให้มองเห็น
แต่ว่าเป็นที่โชคร้ายที่ในปี 2563 นั้น มาตรการต่างที่รัฐบาลออกมาดูเหมือนจะยังไม่เข้มงวดบนหลักความได้สัดส่วนและก็ความเสมอภาคยุติธรรม อาทิเช่น กรณีการออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจผลิตภัณฑ์ดิวตี้ฟรีในท่าอากาศยาน มาตรการนี้ออกมาตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2563 เพื่อผู้ประกอบกิจการผลิตภัณฑ์ไม่เสียภาษีในท่าอากาศยานได้รับการทดแทน ซึ่งมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ช่วงเวลาเดียวกันกว่าที่ราษฎรจะได้รับเงินแก้ไข ก็ตกไปพฤษภาคม-เดือนมิถุนายนเข้าไปแล้ว

นอกจากนั้น การออกมาตรการในตอนก่อนหน้านี้ยังส่งผลให้มองเห็นถึงความลำเอียง ยกตัวอย่างเช่น ในเขตบัววัน พวกเรามองเห็นห้างหลายห้างที่ยังได้รับอนุญาตให้เปิดบริการ แม้กระนั้นพวกเรามองเห็นโรงเรียนหลายที่ถูกสั่งให้ปิดการศึกษาเล่าเรียนการสอน แม้ว่าสถานที่ต่างๆพวกนี้อยู่ในรอบๆเดียวกัน ยิ่งไปกว่านี้ การปิดสถานที่เรียน 28 จังหวัดยังมีผลให้เป็นผลกระทบกับผู้เรียนถึง 4.4 ล้านคน เป็นอย่างที่เราทราบดี ว่าฝูงชนที่บอบบางที่สุดที่ได้รับผลพวงจากการปิดการศึกษาเล่าเรียนการสอนนี้ เป็นฝูงคนที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีที่จะทำให้จังหวะได้รับการเรียน ในตอนการเล่าเรียนออนไลน์ รวมถึงกรณีในจังหวัดนครนายก ที่สถานที่เรียนรวมทั้งโรงเรียนอื่นๆถูกสั่งให้ปิด แม้กระนั้นสถานที่เรียนตระเตรียมทหารรวมทั้งสถานศึกษานายร้อยพระจุลจอมเกล้าผิดสั่งปิด
“นี่เป็นแบบอย่างว่าการที่พวกเราไม่เลือกใช้หลักการที่เข้มงวดในวิธีการเท่าเทียมกัน จะมีผลให้กำเนิดความคลางแคลงใจระหว่างราษฎรกับเมืองขึ้น เมืองจำเป็นต้องทำให้เห็นว่าสามัญชนเป็นเจ้าของประเทศ เมืองเป็นพลเมือง พสกนิกรไม่ใช่ภาระหน้าที่ของเมือง จะต้องไม่เลือกปฏิบัติ แม้กระนั้นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในหลายๆครั้งที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดเลย ว่ามีต้นเหตุจากการเลือกปฏิบัติทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในกรณีที่เกิดขึ้นในสนามแข่งมวย ในกรณีที่มีต้นเหตุที่เกิดจาก VIP อียิปต์ กรณีลูกราชทูต กรณีบ่อนการพนัน กรณีแรงงานที่เดินทางมาจากต่างชาติ พวกเราต้องการมองเห็นหลักการทำงานของรัฐบาลในปี 2564 ที่ยึดหลักการความได้สัดส่วน และก็ความเท่าเทียมกันอย่างเคร่งครัด หวังว่าพวกเราจะได้มองเห็นหลักการรวมทั้งมาตรการต่างๆในปี 2564 แบบนี้” นายธนาธร กล่าว
จี๋เมืองแจงให้ชัด มาตรฐานการแจกวัคซีนจะเป็นเยี่ยงไรและก็ใช้งบประมาณเท่าไร – หวั่นหวาดสิทธิพิเศษชนได้รับก่อน
นายธนาธร บอกว่า ก้าวถัดไปของเมืองไทยในปี 2564 ตนมีความเห็นว่ามีปัญหาสำคัญๆ5 ข้อ ซึ่งมาจากชุดปัญหาสองชุดร่วมกัน ชุดปัญหาแรก เป็นชุดปัญหาที่เกิดก่อนจะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสวัววิด 3 ปัญหา โน่นเป็น 1.ความแตกต่างทางด้านเศรษฐกิจแล้วก็ความยั่งยืนในชีวิต 2. ปัญหาระดับความสามารถสำหรับในการแข่งของประเทศ รวมทั้ง 3. ปัญหาเกี่ยวกับระบบประชาธิปไตย ปัญหาอีกทั้งสามหัวข้อนี้มิได้หายไป แม้กระนั้นถูกทำให้ร้ายแรงเยอะขึ้นเรื่อยๆจากการเข้ามาของวัววิด ส่วนชุดปัญหาอีกชุดหนึ่ง ประกอบไปด้วยสองส่วน
เป็น 1. การจัดการวัคซีนที่ชอบธรรม รวมทั้ง 2. ความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีที่กระทันหัน สองปัญหานี้มากับวัววิด ซึ่งการจะพาเมืองไทยไปต่อในปี 2564 ได้นั้น จึงควรเข้าใจในเรื่องปัญหาเดิมที่มีมาก่อนอีกทั้ง 3 ข้อ รวมทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นข้างหลังวัววิด 2 ข้อ รวมทั้งมาตรการที่จะทำให้เมืองไทยผ่านวิกฤติคราวนี้ได้ จะต้องมี 3 ส่วนร่วมกัน 1) มาตรการในระยะที่จะต้องทำในทันที 2) มาตรการระยะสั้นที่จำเป็นต้องทำในปีนี้ รวมทั้ง 3) มาตรการระยะยาวที่จำต้องเริ่มทำในปีนี้แต่ว่าหวังผลได้ในอีก 2-3 ปีต่อไป (Now-Near-Far)
“เริ่มที่ปัญหาวัคซีน ในขณะนี้ที่เป็นข่าวอยู่เป็นทางรัฐบาลได้ร่วมมือกับ Siam Bioscience แล้วก็บริษัท AstraZeneca สำหรับในการหาวัคซีนสำหรับชาวไทยปริมาณ 26 ล้าน dose 1 สาวใช้ 2 dose พอเพียงสำหรับคน 13 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นโดยประมาณ 20% ของปริมาณราษฎรทั้งผอง แผนนี้พวกเราไม่เคยได้รับทราบเนื้อหาเลยว่าผู้ที่เหลือจะทำเช่นไร จะจัดแบ่งด้วยงบประมาณยังไง
ที่จะทำให้คนได้วัคซีนอย่างถ้วนหน้าและก็เป็นกลาง เมื่อตอนวัววิดแพร่ระบาดใหม่ๆในปีที่ผ่านมา ทั้งยังแผนกเจริญรวมทั้งพรรคก้าวหน้าได้พรีเซ็นท์เรื่องนี้ไปแล้ว ว่า พระราชกำหนดเงินกู้ยืม 1 ล้านล้านบาทนั้น น่าจะจำต้องตั้งเอาไว้เลย 6.7 หมื่นล้านบาท เพื่อจัดแบ่งวัคซีนให้กับคนประเทศไทย กระทั่งพอเพียงที่จะทำให้มีการเกิดภูมิต้านทานกลุ่มขึ้นในประเทศ เสียดายที่รัฐบาลไม่เคยกันงบประมาณส่วนนี้ไว้

จนกระทั่งวันนี้พวกเราก็เลยยังไม่เคยมีความคิดเห็นว่ารัฐบาลจะมีตัวเลขพลเมืองแผนการที่ควรต้องได้รับวัคซีนเยอะแค่ไหน ใช้งบประมาณเท่าใด จะไปพบจากบริษัทไหน แล้วก็จะจ่ายแจกให้สามัญชนเมื่อใด ตราบเท่าที่พวกเรายังจัดแจงปัญหานี้มิได้ ไม่มีวันที่ประเทศรวมทั้งเศรษฐกิจจะเดินหน้าถัดไปได้ ไม่มีวันที่ราษฎรจะอยู่ด้วยความแน่ใจ จะดำเนินชีวิตปกติด้วยความสุขใจ ฉะนั้นสิ่งที่จะจะต้องทำในทันทีเป็นสร้างความกระจ่างแจ้งในประเด็นนี้ ว่าวัคซีนในประเทศไทยจะเข้าถึงคนทุกคน กระทั่งนำมาซึ่งการก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันกลุ่มขึ้นในประเทศไทยได้ เพราะเหตุว่าราษฎรไม่ใช่ภาระหน้าที่ของประเทศ สามัญชนเป็นประเทศ” นายธนาธร กล่าว
นายธนาธร ยังกล่าวอีกว่า สิ่งที่จำเป็นเป็นการจัดสรรจะต้องเป็นธรรมด้วย หากพวกเราไม่สร้างเงื่อนไขข้อตกลงให้แจ่มชัดว่าฝูงชนกรุ๊ปใดควรได้ก่อน หากไม่ตั้งข้อตกลงให้แจ่มชัด ตนเกรงว่าวัคซีนจะไปถึงมือผู้ที่มีเงินรวมทั้งมีอำนาจก่อน ผลการค้นคว้าในหลายประเทศชี้ชัดว่าถ้าหากจะให้วัคซีนมีผลดีแก่ระบบเศรษฐกิจเยอะที่สุด จำต้องกระทำกระจัดกระจายอย่างมีระบบระเบียบ เพราะว่าผู้ที่ไม่สามารถที่จะดำรงชีวิต work from home ได้เป็นผู้ที่บอบบางในสังคม จำเป็นต้องสัมผัสกับผู้คน คนกลุ่มนี้ต่างหากที่ควรจะต้องได้รับการดูแล ด้วยเหตุดังกล่าว เว้นเสียแต่จะต้องตั้งงบใช้ชัดแจ้งและก็ที่มาที่ไปให้แจ่มกระจ่างแล้ว ต้องเจาะจงเหตุว่าฝูงชนที่กำลังจะได้มีลำดับข้อตกลงยังไง สิ่งที่จะต้องเป็นเป็นขั้นตอนแรก พนักงานทางด้านการแพทย์ที่กำลังต่อสู้กับการแพร่ระบาดอยู่ จะต้องเป็นบุคคลกรุ๊ปแรกที่จะจะต้องได้รับวัคซีน กรุ๊ปลำดับที่สองเป็นกรุ๊ปทีมีช่องทางเสี่ยงเสียชีวิตจากเชื้อไวรัสเยอะที่สุด และก็กรุ๊ปลำดับที่สาม เป็นฝูงชนที่บอบบางที่ไม่สามารถที่จะปฏิบัติงานที่บ้านได้ ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่จำต้องดำเนินการที่เกี่ยวโยงกับสาธารณะแล้วก็สังคม พวกเราจะต้องมีความแจ่มชัดในหัวข้อนี้แค่นั้น เมืองไทยก็เลยจะผ่านปี 2564 ไปได้อย่างมีพลัง
แนะดึงงบประมาณ 4 แสนล้านบาทจากเงินกู้ยืม 1 ล้านล้านมาแจกถ้วนหน้า 3 พันบาท 3 เดือน – ระยะยาวจำเป็นต้องเริ่มสร้างเมืองผลประโยชน์
นายธนาธร กล่าวถัดไปว่า ประการถัดมาต้องที่พวกเราจำเป็นต้องดูแลเรื่องความยั่งยืนมั่นคงในชีวิตของสามัญชน ตอนที่ประชากรกำลังดูแลคุ้นเคยอย่างเต็มกำลัง เพื่อทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ การเสียสละของประชากรเป็นไปเพื่อส่วนกลาง กลับเป็นผู้ที่จำต้องรับผิดชอบรวมทั้งได้รับผลพวงสูงที่สุด
โดยเหตุนั้น พวกเราก็เลยเสนอว่าการแก้ไขจำเป็นต้องไม่เป็นไปแบบเฉพาะกรุ๊ป พวกเราเสนอให้การแก้ไขเป็นไปอย่างถ้วนหน้า โน่นเป็นการเป็นรายได้เบื้องต้นถ้วนหน้าชั่วครั้งชั่วคราว (Temporary Universal Basic Income) 3,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน คิดเป็นวงเงิน 4 แสนล้านบาท งบประมาณในส่วนนี้ จากข้อมูลปัจจุบันที่พวกเรามีอยู่ เงินกู้ยืม 1 ล้านล้านบาทที่ได้รับการอนุญาตมาจากที่ประชุม มีการอนุมัติแผนการได้แล้ว 4.9 แสนล้านบาท พวกเราเสนอว่าจำนวนเงินที่เหลือ 4 แสนล้านบาทเอามาตั้งเป็นรายได้เบื้องต้นถ้วนหน้า ที่เหลือกันไว้เพื่อนำไปซื้อวัคซีนสำหรับทุกคน
“ถ้าหากเป็นตามนี้ จะมีผลให้งบประมาณ 1 ล้านล้านบาทถูกใช้เต็มปริมาณ หลายประเทศใช้แนวทางนี้ เป็นแจกเงินถ้วนหน้าเพื่อดูแลสามัญชน ซึ่งมีจุดเด่นคือการเปิดโอกาสสามัญชนสำหรับการไขปัญหาชีวิตตามสิ่งที่ต้องการของตน บางครอบครัวมีปัญหาค่าใช้จ่ายในการเรียนของบุตรหลาน บางครอบครัวมีปัญหาค่าใช้จ่ายในการเช่าบ้าน บางครอบครัวมีปัญหาเงินกู้ยืม การมีกรอบที่แจ่มชัดจะมีผลให้พสกนิกรนำเงินไปใช้ในสิ่งที่ตอบปัญหาชีวิตของแต่ละคนแล้วก็คิดแผนชีวิตของตนเองได้” นายธนาธร กล่าว

นายธนาธร กล่าวอีกว่า ข้อเสนอแนะระยะถัดมา สิ่งที่จำเป็นต้องทำในปีนี้ เป็นการเริ่มสร้างเมืองผลประโยชน์ งบประมาณปี 2565 กำลังจะเกิดขึ้น แม้กระนั้นผลประโยชน์ในประเทศไทยเดี๋ยวนี้ดูราวกับว่าเมืองให้เสียมิได้ คำแนะนำของพวกเราก็คือจากกรอบในปีงบประมาณ 2564 ที่มีการใช้งบประมาณไปกับผลประโยชน์ทั้งผอง 4.04 แสนล้านบาท พวกเราเสนอให้มีการจัดแบ่งในปี 2565 เสียใหม่
พวกเรามีงบประมาณปะมาที่ซึ่งสามารถนำไปดีไซน์แบ่งสรรได้ราวๆ 9 แสนล้านบาทในงบประมาณปี 2564 ซึ่งตนมั่นใจว่าในงบประมาณปี 2565 ก็มีขนาดใกล้เคียงกัน ฉะนั้น หาก พระราชกำหนดเงินกู้ยืม 1 ล้านล้านบาทใช้หมดไป พวกเรายังมีราวๆ 9 แสนล้านบาทนี้อยู่ในปีงบประมาณ 2565 ที่จะเอามาดีไซน์ฟื้นฟูรวมทั้งแก้ไขสามัญชนได้ พวกเรายังมีเงินอีกก้อนที่อยู่กับ พระราชกำหนด Soft loan ซึ่งถูกใช้ไปเพียงแต่ 1.22 แสนล้านบาท จาก 5.5 แสนล้านบาท หรือ 22% เพียงแค่นั้น

มองดูไกลไปด้านหน้า แนะแปลงปัญหาด้านสังคมให้เป็นอุปสงค์-สร้างอุตสาหกรรมใหม่ จัดแจงสังคมรับ technology transformation
นายธนาธร กล่าวอีกว่า ยิ่งกว่านั้น ปี 2564 นี้ เมืองต้องเป็นหัวหอกสำหรับในการพาประเทศฝ่าพันกับความเคลื่อนไหวอย่างกระทันหันของความประพฤติปฏิบัติผู้คนแล้วก็เทคโนโลยีใหม่ๆซึ่งทำได้ด้วยการออกแบบบริการภาครัฐทั้งหมดทั้งปวงให้อยู่บนโลกอินเตอร์เน็ต แล้วก็ดีไซน์มาตรการที่จะดึงดูดใจให้ประชากรหันไปใช้บริการทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะมีผลให้เศรษฐกิจมีคุณภาพมากเพิ่มขึ้น ลดภาระหน้าที่สำหรับในการเดินทางไปสถานที่ราชการ จัดแจงพลเมืองเพื่อไปสู่การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ไม่เร็วก็ช้าจำเป็นจะต้องเกิดขึ้น ซึ่งวัววิดได้เข้ามารีบกรรมวิธีนี้ให้เกิดขึ้นข้างในปีเดียว และก็ในที่สุด เป็นการผลิตอุตสาหกรรมใหม่ ในระยะยาว จำต้องเริ่มทำในปีนี้เพื่อหวังผลในอนาคต จะต้องนำปัญหาของสังคมมาสร้างเป็นอุปสงค์ เอามาส

Leave a Reply

Your email address will not be published.