ชาญเชาวน์ปัญญา ปธนาคารปราบบ่อนพนันของ “บิ๊กตู่” สัมมนาแบ่งงานครั้งแรก ตั้งอนุกรรมการ 3 ชุด


ชาญเชาวน์ปัญญา ปธนาคารปราบบ่อนพนันของ “บิ๊กตู่” สัมมนาแบ่งงานครั้งแรก  ตั้งอนุกรรมการ 3 ชุด
ชาญเชาวน์ปัญญา ปธนาคารปราบบ่อนพนันของ “บิ๊กตู่” สัมมนาแบ่งงานวาระแรก ตั้ง อนุกรรมการ 3 ชุด ย้ำหน้าที่ ครอบคลุมการตรวจดู รวมทั้งให้คำปรึกษา เสนอมาตรการระยะยาว สอบทางการคลัง จ่อรายงานนายกรัฐมนตรี ทางลับใน 30 วัน
วันที่ 21 เดือนมกราคม ที่ที่ทำการคุ้มครองแล้วก็กำจัดการโกงในภาครัฐ (เปรียญเปรียญท.) นายชาญเชาวน์ปัญญา ไชยานุกิจ ในประธานคณะกรรมการตรวจดูความประพฤติข้อผิดพลาดกรณีสถานที่เล่นการเดิมพันเป็นเหตุให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อเชื้อไวรัสวัวโรท้องนา 2019 แถลงตอนหลังการสัมมนาคณะทำงานครั้งแรกว่า ความเห็นชอบห้องประชุมได้ตั้งแผนกอนุกรรมการ 3 ชุด มี 1. พล.ตำบลท.สราวุฒิ การนำณิช จเรตำรวจ เป็นประธานภาควิชาอนุกรรมการตรวจแนวปฏิบัติทำงานคำบัญชา โดยจะย้ำการตรวจตราว่าพื้นที่ใดมีการลักลอบเปิดบ่อนการเดิมพัน ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดวัววิด-19 รวมทั้งตรวจตราว่ามีบุคคลใดเข้ามาเกี่ยวเนื่อง 2.นายภูเขาสิต สมจิตต์ คนตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแผนกอนุกรรมการแนะนำมาตรการระยะยาว แล้วก็ 3.พันตำรวจเอกอัครพล ปุณโยปัษฎัมภ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนทางการคลัง

นายชาญเชาวน์ปัญญา พูดว่า โดยแผนกอนุกรรมการอีกทั้ง 3 ชุด จะทำหน้าที่ในส่วนที่ได้รับมอบหมายตามแนว ภายใต้แผนการของคณะกรรมการชุดใหญ่ โดยทำงานอนุกรรมการแต่ละชุดมีบทบาทเข้าไปดูแลหน่วยปฏิบัติที่เกี่ยวพัน อาทิเช่น ตรวจดูหลักการทำงานของตำรวจ ข้าราชการดูแลส่วนท้องถิ่น ผู้ว่า ว่ากระทำตามหน้าที่ไหม มีพื้นที่ใดเปิดบ่อนใหม่ ทั้งหน่วยสังกัดเดิมมีการฟ้องร้องอาญากับผู้ที่มีการเกี่ยวข้องไหม ซึ่งๆหน้าที่ของอนุกรรมการแต่ละชุดจะเข้าไปตรวจทานแล้วก็ให้คำปรึกษาเพียงแค่นั้น แต่ว่ากรรมวิธีทำงานโดยชอบด้วยกฎหมายให้อยู่ในอำนาจของหน่วยงานใต้ขึ้นตรงต่อ ซึ่งภายหลังจากอนุกรรมการเก็บข้อมูลทั้งสิ้นจะเอามาเสนอกับคณะทำงานชุดใหญ่เพื่อรายงานตรงต่อนายกฯ เพื่อผสานกับศูนย์บริหารเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อวัวโรที่นา 2019 (วัววิด-19)

นายชาญเชาวน์ปัญญา ยังกล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางที่รัฐบาลได้มอบแผนการการทำงานให้กับภาควิชาอนุกรรมการทั้งยัง 3 ชุดนั้น จะมีความกระจ่าง โดยภายหลังจากสัมมนาครั้งแรก จะรายงานให้นายกรัฐมนตรี ทราบใน 30 วัน ซึ่งจะมีความกระจ่างแจ้งในเรื่องภารกิจแล้วก็เนื้องานที่จะสามารถตอบสังคมได้ และไม่จะต้องไม่สบายใจว่าจะมีการปกปิดข้อมูล เนื่องจากจะเป็นรายงานลับส่งตรงนายกรัฐมนตรี ส่วนบ่อนออนไลน์ควรต้องรอคอยข้อมูลในอาทิตย์หน้า โดยจะมีการสัมมนาคราวหน้าในวันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม เวลา 10.00 น.

ด้าน พล.ตำบลท.สราวุฒิ พูดว่า กรอบรูปแบบการทำงานของตนจะเน้นย้ำ ตรวจดูหลักการทำงานของตำรวจให้ครอบคลุมทั้งประเทศว่า มีพื้นใดมีการลักลอบเปิดบ่อนการเดิมพันหมดทั้งตัวบุคคลแล้วก็สถานที่ ถ้าพบว่ามีคนไหนกันแน่ที่เข้ามาเกี่ยวพันไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ นายอำเภอ ผู้ว่าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆรวมทั้งนักการเมือง ก็จำเป็นต้องเรียกเข้ามาสอบทุกคน รวมทั้งผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อีก 15 รายที่มีความเกี่ยวข้องที่ผ่านมาก็จำเป็นต้องเรียกมาตรวจดูด้วย แม้กระนั้น ถ้ามีการชักชวนคนไหนเข้ามาให้ข้อมูลจึงควรเขมรติเตียนจากคณะกรรมการชุดใหญ่ อย่างไรก็ดีจะมีการตรวจทานบ่อนเก่า แล้วก็บ่อนที่เปิดใหม่ โดยจะเน้นย้ำการทำงานในระยะยาว

ด้าน นายภูเขาสิต บอกว่า ในส่วนของภาควิชาอนุกรรมการชุดตนนั้นจะเน้นย้ำไปที่การทำงานระยะยาว ส่วนข้อเสนอแนะที่จะมีการเปิดบ่อนเสรี ก็จะรับพิจารณาเป็นข้อแนะนำ แต่ว่าระยะยาวนั้นต้องความน่าจะเป็นอีกรอบ พื้นฐานจะเน้นย้ำไปที่ปัญหาของบ่อนที่มีการแพร่ระบาดของโรควัววิด-19 ดังที่มีบุคคลที่มาร้องเรียน ส่วนคณะกรรมการฯ จะเรียกนายยกวิทย์ หัวใจวิศิษฎ์ ที่เผยสถานที่ตั้งบ่อน มาให้ข้อมูลไหมนั้น จำเป็นต้องใคร่ครวญว่าจะให้ข้อมูลที่มีคุณประโยชน์และก็ได้การกระจ่างเพิ่มหรือเปล่า โดยอาจมีข้อแนะนำหนทางอย่างนักวิชาการ

ตอนที่ พันตำรวจเอกอัครพล พูดว่า ด้านดีเอสไอ จะดูแลรับผิดชอบใน 2 ข้อความสำคัญเป็น 1.ตรวจดูทางการคลังของกรุ๊ปบุคคล ผู้ต้องหา คนที่มีส่วนได้เสีย ผู้ครอบครองบ่อน รวมทั้งคนที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง 2.ยึดอายัดทรัพย์เพื่อตัดวงจร รวมทั้งเป็นการยั้งการเปิดบ่อน ซึ่งวิธีการทำคดีของดีเอสไอต้องให้ได้ข้อมูลของคนที่อยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังให้เยอะที่สุด รวมทั้งตอนนี้ดีเอสไอมีข้อมูล แล้วก็มีข้อมูลที่ได้มาจากหน่วยงานความมั่นคงยั่งยืนอยู่ระดับหนึ่ง เนื่องมาจากมีการตรวจทานตามขั้นธรรมดาอยู่แล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published.